ภาษาไม่ได้มีแค่คำศัพท์และไวยากรณ์ แต่ยังมีวัฒนธรรมอยู่ด้วย ทั้งวิธีทักทาย พูดเล่น ขอบคุณ และปฏิเสธ การเรียนทั้งสองอย่างไปพร้อมกันช่วยลดความเข้าใจผิด และทำให้การเรียนมีชีวิตชีวามากขึ้น
มารยาทแตกต่างกันในแต่ละประเทศ
ใช้ภาษาทางการหรือเป็นกันเอง ปฏิเสธตรง ๆ หรืออ้อม ๆ ทักทายด้วยการจับมือ หอมแก้ม หรือโค้งเล็กน้อย ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาษา เมื่อรู้แล้วคุณจะพูดได้เหมาะกับกาลเทศะ ไม่ใช่แค่ถูกไวยากรณ์
สำนวนที่แปลตรงตัวไม่ได้
แต่ละภาษามีภาพของตัวเอง ภาษาอังกฤษบอกว่าฝนตกเป็น “แมวและหมา” ภาษาฝรั่งเศสบอกว่าฝนตกเป็น “เชือก” ส่วนภาษาไทยบอกว่า “ฝนตกไม่ลืมหูลืมตา” สำนวนเหล่านี้เล่าเรื่องและวิธีมองโลก จดไว้ในสมุด แล้วภาษาของคุณจะมีสีสัน
เรียนจากสิ่งที่ชอบ
ดนตรี ภาพยนตร์ อาหาร กีฬา วรรณกรรม เทศกาล เริ่มจากสิ่งที่คุณหลงใหล สูตรอาหารภาษาต้นฉบับ เพลงที่ในที่สุดก็ฟังเนื้อเพลงออก วัฒนธรรมคือเชื้อเพลิงที่ดีที่สุดของแรงจูงใจ
เข้าใจอารมณ์ขัน
อารมณ์ขันมักเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราเข้าใจในภาษาหนึ่ง เพราะอาศัยพื้นฐานทางวัฒนธรรม การเข้าใจมุกตลกได้คือสัญญาณของความก้าวหน้าจริง ๆ
เวลาเดินทาง
การเคารพธรรมเนียมท้องถิ่นมักสร้างความประทับใจมากกว่าไวยากรณ์ที่สมบูรณ์แบบ ศึกษาก่อนออกเดินทาง คำแนะนำเรื่องเรียนภาษาเพื่อการเดินทางจะช่วยได้
เปิดมุมมอง
การรู้จักวัฒนธรรมอื่นช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมของตัวเองดีขึ้น นี่คือสิ่งที่งดงามที่สุดอย่างหนึ่งของการเรียนภาษา (ดูเพิ่มเติม เรียนภาษาแล้วชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร) เริ่มจากเพลง อาหาร หรือเทศกาลหนึ่งอย่าง แล้วคุณจะได้คำศัพท์ใหม่มากมายโดยไม่รู้ตัว
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องเรียนวัฒนธรรมไปพร้อมกับภาษา
เพราะมารยาท อารมณ์ขัน และสำนวนขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม การรู้ไว้ช่วยลดความเข้าใจผิด
จะรู้จักวัฒนธรรมของประเทศหนึ่งจากที่บ้านได้อย่างไร
ผ่านดนตรี ภาพยนตร์ อาหาร ข่าว และการพูดคุยกับคนจากประเทศนั้น
จำเป็นต้องรู้สำนวนไหม
ช่วงแรกไม่จำเป็น แต่ช่วยให้เข้าใจบทสนทนาและพูดได้เป็นธรรมชาติขึ้นมาก